the club | ideapendent design community
กรกฎาคม 03, 2009, 10:36:56 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: design, designer, graphic design, product design, industrial design, packaging design, information design, multimedia, design community, design study, design education, design forum, ออกแบบ, นักออกแบบ, ออกแบบผลิตภัณฑ์, ออกแบบกราฟิก, ออกแบบบรรจุภัณฑ์, ออกแบบอุตสาหกรรม, ศิลปอุตสาหกรรม, เว็บออกแบบ, เว็บบอร์ดออกแบบ
 
   หน้าแรก   Forum ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
collapse collapse
* User Info
 
 
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

* Who's Online
  • Dot บุคคลทั่วไป: 2
  • Dot ซ่อนตัว: 0
  • Dot สมาชิก: 2
  • Dot ผู้ใช้งานขณะนี้:

* Board Stats
  • stats จำนวนสมาชิกทั้งหมด: 219
  • stats จำนวนตอบกระทู้ทั้งหมด: 3806
  • stats จำนวนหัวข้อทั้งหมด: 458
  • stats จำนวนหมวดหมู่ทั้งหมด: 2
  • stats จำนวนบอร์ดทั้งหมด: 5
  • stats ออนไลน์มากที่สุด: 24

design, designer, graphic design, product design, industrial design, packaging design, information design, multimedia, design community, design study, design education, design forum, ออกแบบ, นักออกแบบ, ออกแบบผลิตภัณฑ์, ออกแบบกราฟิก, ออกแบบบรรจุภัณฑ์, ออกแบบอุตสาหกรรม, ศิลปอุตสาหกรรม, เว็บออกแบบ, เว็บบอร์ดออกแบบ


welcome to

Design Community

The Club: Ideapendent


สังคมนิยมออกแบบ ของนักออกแบบธรรมดา ที่ออกแบบให้คนธรรมดา ด้วยความคิดที่ไม่ธรรมดา
ขอต้อนรับนักออกแบบ และผู้สนใจในการออกแบบทุกท่านด้วยความยินดียิ่ง


ข่าวและกิจกรรมล่าสุด | Latest news and activities

xx ลองมาชมสตูดิโอมอเตอร์ไซด์กันบ้าง Xenophya Motorcycle Design Studio | 26 มิ.ย. 09
09:21:06 โดย ohm | Views: 70 | Comments: 13

      บริษัทรถจักรยานยนต์ใหญ่ๆ นั้นมีสตูดิโอออกแบบอยู่ในองค์กร แต่บริษัทเล็กๆนั้นต้องออกไปจ้างงานข้างนอกให้ออกแบบให้มากกว่า อาจจะไม่ทั้งหมด แต่งานส่วนใหญ่ก็ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญในสายงานเป็นผู้ดูแลให้ บางครั้งแม้แต่บริษัทใหญ่ๆก็ต้องแชร์งานบางส่วนออกไปจ้างสตูดิโอออกแบบภายนอกเช่นกัน และนั่นคือจุดที่สตูดิโอออกแบบอย่าง Xenophya Design อยู่ พวกเขาเป็นหนึ่งในจำนวนน้อยของบริษัทที่เป็นที่ที่ปรึกษาด้านงานออกแบบรถจักรยานยนต์โดยเฉพาะ

      ก่อตั้งเมื่อปี 2001 โดย Mark Wells และ Ian Wride Xenophya design สร้าง portfolio มากมายและลูกค้าที่หลากหลายในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา Xenophya เป็นที่ปรึกษาทางการออกแบบรถจักรยานยนต์โดยเฉพาะที่มีฐานอยู่ในอังกฤษ ซึ่งพึ่งจะเปิดสตูดิโอแห่งใหม่และร่วมกับ Mac Motorcycles เพื่อสร้างรถรุ่นใหม่จำนวนจำกัดขึ้นมา 
       
     Mark Wells, หนึ่งในบรรดาคู่ค้าของบริษัท ได้ส่งรูปภาพจำนวนหนึ่งที่โชว์งานออกแบบที่พวกเขาเคยทำพร้อมกับออฟฟิสใหม่ ก็เพราะรู้ว่าพวกเราชอบที่จะดูความเป็นไปในสตูดิโอออกแบบ โชคร้ายที่ในโลกแห่งความเป็นจริง ความลับเป็นสิ่งสำคัญและงานออกแบบปริมาณมากถูกทำเสร็จก่อนการผลิตจะเริ่มต้น งานที่ดีที่สุดของนักออกแบบอาจไม่มีวันได้ออกมาดูโลกเนื่องด้วยเหตุผลทางการตลาดที่เปลี่ยนไปในช่องว่างระหว่างงานออกแบบสู่งานผลิต แต่นั่นก็คือธุรกิจ

“ช่างโชคร้ายหลายผลงานที่เราภูมิใจนั้นไม่มีโอกาสได้เห็นแสงสว่างสู่การผลิตเลย”



xx รถยนต์ขนาดเล็กใหม่ของ Mazda | 16 มิ.ย. 09
WednesdayMorning
09:48:05 โดย WednesdayMorning
Views: 51 | Comments: 10

รถยนต์ขนาดเล็กใหม่ของ Mazda น่าจะมาปลายปี 2009 (คู่แข่ง Jazz, Yaris)‏

ได้มาจาก Forward mail ครับ




xx รถเข็นและจักรยานยุคใหม่ การออกแบบเพื่อตอบโจทย์เศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม | 08 มิ.ย. 09
WednesdayMorning
08:59:37 โดย WednesdayMorning
Views: 21 | Comments: 0




ถ้าจะให้ออกแบบรถเข็นข้างถนนเสีย ใหม่โดยมีการเพิ่มฟังก์ชั่น ความงาม ความสะอาด ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ฯลฯ งานนี้อาจไม่ได้รับความสนใจจากนักออกแบบมากนัก เนื่องจากรถเข็นที่ใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้มันก็ดูโอเคอยู่แล้ว อีกทั้งยังฟังดูไม่คุ้มค่าทั้งด้านเงินทุนและเวลา  แต่เมื่อพิจารณามูลค่าการบริโภคอาหารจากผู้ค้าขายประเภทหาบเร่แผงลอย (รวมถึงอาหารจากรถเข็น) เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครที่มีมูลค่าถึงวันละ 150 ล้านบาท หรือ 54,750 ล้านบาทต่อปีแล้วนั้น บางที ตัวเลขหลักนี้อาจทำให้นักออกแบบหลายคนเปลี่ยนใจ

แม้ว่ารถเข็นที่ใช้กันอยู่ใน ปัจจุบันจะเป็นที่พึงพอใจของพ่อค้าแม่ขายโดยรวม แต่จากผลการสำรวจของเอแบคโพลที่สอบถามผู้ใช้รถเข็นขายอาหารในเขต กทม. พบว่า หากเป็นไปได้ บรรดาพ่อค้าแม่ขายต่างก็ต้องการให้ร้านอาหารเคลื่อนที่ของตนสามารถบรรจุและ เก็บของได้มากขึ้น อยากให้ตัวรถมีน้ำหนักเบากว่าเดิม สามารถกันแดดกันฝนได้ดีขึ้น รวมทั้งมีระบบการเก็บล้างภาชนะที่มีประสิทธิภาพกว่าทุกวันนี้ ในต่างประเทศนั้น รถเข็นได้มีพัฒนาการออกไปในรูปแบบต่างๆ กัน โดยมักเพิ่มฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้งานที่ยั่งยืนขึ้น เข้าไป ตัวอย่างนี้เคยถูกจัดแสดงในนิทรรศการ City Eco Lab ณ เมือง Saint-Etienne ประเทศฝรั่งเศส

เริ่มจาก “3S” รถเข็นติดเครื่องเสียงที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ โดยมีแผงโซล่าร์เซลหรือแบตเตอรี่ที่ชาร์จไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์เป็นแหล่ง กำเนิดพลังงาน รถเข็นติดเครื่องเสียงนี้มีประโยชน์อย่างมากกับงานอีเว้นท์ต่างๆ โดยผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนตัวเครื่องเสียงได้ตามความต้องการ





หากเมืองไทยมีผู้คิดประดิษฐ์รถเข็นพลังแสงอาทิตย์ขึ้นแทนการใช้เตาแก๊ส เชื่อว่าในระยะยาว คงจะช่วยลดต้นทุนการประกอบอาหารของพ่อค้าแม่ขายได้มาก รวมทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

พาหนะคันต่อมาคือ “La poste” รถไฟฟ้า 4 ล้อรุ่นนี้ทำงานส่งไปรษณียภัณฑ์ในประเทศฝรั่งเศสกว่า 3 หมื่นล้านชิ้นต่อปี สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราวปีละ 6,000 ตัน ด้วยการออกแบบที่เอื้อต่อการลัดเลาะในตรอกซอกซอย ทำให้ La Poste เหมาะสมกับการใช้งานภายในเมือง สามารถรับน้ำหนักได้ 150 กิโลกรัม (คิดเป็นน้ำหนักจดหมาย 45 กิโลกรัม) และช่วยทุ่นแรงในการถีบได้ถึง 70% หากราคาต่อคันไม่สูงจนเกินไป ดูแล้วน่าจะมีศักยภาพเข้ามาแทนที่รถมอเตอร์ไซค์ขายกับข้าว ผลไม้แช่เย็น และของปิ้งทอดในเมืองไทยได้บ้างเหมือนกัน

สุดท้ายเป็นรถจักรยานแบบต่างๆ ที่มาพร้อมกับถังเก็บของขนาดใหญ่ ออกแบบมาเพื่อให้จุของได้จำนวนมาก ดูดีไซน์แล้วอาจไม่ต่างจากรถจักรยานขายของของไทยเรามากนัก แต่ไอเดียการติดตั้งถังเก็บของขนาดใหญ่พวกนี้ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อพ่อค้า แม่ขายได้ไม่น้อย

ในเมืองไทยเองนั้น รถเข็นก็มีวิวัฒนาการก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยราวปี พ.ศ. 2547 ได้มีการประดิษฐ์รถเข็นที่มีล้อต่างระดับกัน เพื่อตอบสนองการใช้งานบนผิวถนนที่ลาดชันหรือไม่เรียบเสมอกัน สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการหก-กระฉอก ของอาหารที่วางบนรถเข็นได้ (http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/X3011483/X3011483.html)  โดยในปัจจุบัน คุณสมภพ ผู้ประดิษฐ์ได้นำไปจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว (http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sompop&group=2)

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ หากธุรกิจอาหารหาบเร่หรืออาหารรถเข็น (ซึ่งมีเงินสดสะพัดถึงวันละ 150 ล้านบาทนั้น) มีซัพพลายเออร์ที่สามารถจัดหาอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดต้นทุนทั้งด้านการเงิน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของพ่อค้าแม่ค้าให้ดีขึ้นได้ เชื่อว่าจะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ผลักดัน “ผู้ประกอบการข้างถนน” เหล่านี้ให้ก้าวสู่ฐานะ SME ที่มีศักยภาพได้ในวันหน้า

เรื่องและ Credit ภาพจาก:
http://www.designboom.com/weblog/cat/8/view/4582/saint-etienne-biennale-08-sustainable-mobility-at-city-eco-lab.html http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/X3445657/X3445657.html http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/X3011483/X3011483.html

ที่มา  http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=3812


xx กระดาษใยกล้วย ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น โดย Re-Leaf Studio | 01 มิ.ย. 09
WednesdayMorning
19:08:41 โดย WednesdayMorning
Views: 28 | Comments: 1

กระดาษใยกล้วย ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น โดย Re-Leaf Studio




สเริงรงค์ วงษ์สวรรค์ (จ่อย) บัณฑิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และพาณุ งากุญชร (ต้อม) ศิลปบัณฑิตจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือเพื่อนต่างคณะที่มีมุมมองการทำงานและวิถีชีวิตตรงกัน สเริงรงค์และพาณุชอบชีวิตที่เชียงใหม่ และต้องการทำงานด้านการออกแบบ/ศิลปะร่วมกับคนในท้องที่ โดยพึ่งพาความรู้และความเชี่ยวชาญของชุมชมนั้นเอง หลังจากเรียนจบ สเริงรงค์และพาณุแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตคนละแบบอยู่พักหนึ่ง แต่ในที่สุดก็ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง และนำความฝันที่เคยคุยกันไว้มาปัดฝุ่นทำให้เป็นจริงขึ้นมา

แรกทีเดียวสเริงรงค์และพาณุไม่ได้มองมาที่ต้นกล้วย พวกเขาตั้งเป้าหมายหลักอยู่กับการทำงานออกแบบ ที่ดึงช่างฝีมือและองค์ความรู้ในท้องถิ่นมาใช้ แต่เมื่อวันหนึ่งที่ทั้งสองได้คุยกันเกี่ยวกับต้นกล้วยในบ้านของสเริงรงค์  เห็นว่ากล้วยเป็นพืชที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือ แถมใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน จะเหลือก็แต่ลำต้นที่ยังไม่ค่อยมีใครนำมาใช้ประโยชน์นัก พวกเขาจึงตัดสินใจศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง “ลำต้นกล้วยสามารถทำอะไรได้บ้าง”



ต้นกล้วย + วิธีทำกระดาษสา = กระดาษใยกล้วย
เมื่อตัดสินใจเลือกทำงานกับต้นกล้วย ทั้งสองก็มองหาที่ปรึกษา พบว่าที่เชียงใหม่มีหลายหมู่บ้านทำงานผลิตกระดาษสา จึงเข้าไปคลุกคลีเพื่อขอเรียนรู้ และนำวิธีการมาประยุกต์ใช้กับใยกล้วย

ทั้งคู่ได้เรียนรู้ถึงอุปกรณ์และวิธีทำกระดาษจากแหล่งทำกระดาษสาเล็กๆ ในหมู่บ้านต้นเตา พร้อมกับหาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือและอินเตอร์เน็ต จากนั้นก็เริ่มจัดซื้ออุปกรณ์ สั่งทำเครื่องปั่นใย และลงมือวิจัยความเป็นไปได้ในการทำกระดาษจากใยกล้วยด้วยตนเอง

การวิจัยตัววัสดุใช้เวลาอยู่ราว 1 ปี เพื่อทดลองคุณสมบัติให้คงที่ และค้นหาเอกลักษณ์ในตัวกระดาษ หลังจากนั้นก็ใช้เวลาอีก 6 เดือนทดลองออกแบบกระดาษให้เป็นผลิตภัณฑ์อื่น อาทิ สมุดโน้ตกระดาษใยกล้วย



สร้างรูปแบบเฉพาะตัวให้กระดาษ Re-Leaf
นอกจากคุณสมบัติของเนื้อกระดาษที่เน้นความแข็งแรงคงทนแล้ว กระดาษ re-leaf ยังเพิ่มรูปแบบเฉพาะตัวด้วยการออกแบบที่เรียบง่าย ใช้คอนเซ็ปท์ “น้อยได้มาก” ไม่เติมรายละเอียดยุบยิบ เน้นพื้นผิวที่สื่อถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น ลายเสื่อกกหรือลายจักสาน โดยใช้วิธีพิมพ์ปั๊มลวดลายเหล่านั้นลงบนกระดาษ ทำให้งานที่ออกมามีความร่วมสมัย พร้อมแสดงเอกลักษณ์ไทยได้อย่างแนบเนียน

อาศัย “เครือข่ายและงานรื่นเริง” ประชาสัมพันธ์สินค้า
พวกเขายอมรับว่า แรกเริ่มนั้นไม่ได้พัฒนาสินค้าขึ้นจากความต้องการของตลาด แต่สร้างจากความชอบเป็นหลัก เมื่อถึงเวลาต้องวางจำหน่ายจริง จึงอยากจะทำตลาดในรูปแบบเฉพาะตัวที่สวนกระแส แน่นอนว่าไม่ใช่การขายที่แข่งปริมาณ แต่แข่งด้วยการออกแบบและการใช้ทรัพยากรที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

สเริงรงค์และพาณุเริ่มประชาสัมพันธ์สินค้าในกลุ่มคนรู้จัก และค่อยๆ ขยายวงออกไป โชคดีว่าสังคมในเชียงใหม่ไม่กว้างมาก ผู้คนรู้จักกันเกือบหมด โดยเฉพาะสังคมของผู้นิยมงานสร้างสรรค์ งานของพวกเขาจึงเป็นที่รู้จักในวงที่กว้างขึ้นได้ง่าย ประกอบกับการนำผลิตภัณฑ์ไปออกงานเทศกาลดนตรี และเทศกาลศิลปะ/งานออกแบบที่ถนนนิมมานเหมินทร์ เปิดช่องให้สื่อมวลชนที่สนใจนำเรื่องของ Re-Leaf Studio ไปเผยแพร่ ซึ่งก็ได้การตอบรับที่ดีทั้งในแง่ยอดขายและภาพลักษณ์

ต่อยอดผลิตภัณฑ์และโอกาสในวันหน้า
กระดาษใยกล้วยที่เราเห็น ณ ตอนนี้ ยังไม่หยุดกระบวนการพัฒนา สเริงรงค์และพาณุยังคงทำการวิจัยทดลองอยู่เรื่อยๆ โดยมุ่งหวังให้กระดาษของพวกเขาเป็นได้ “มากกว่าสมุด” เขาคิดไปถึง ฝ้าเพดาน ผนังเบา วัสดุกันกระแทก หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่จะมาทดแทนการใช้พลาสติกได้

ส่วนอนาคตของ Re-Leaf Studio นั้น ทั้งคู่กลับไม่ได้มุ่งเน้นที่จะขยายบริษัทหรือโรงงานให้ใหญ่โต แต่ต้องการคงไว้ซึ่งความเป็นสตูดิโอขนาดย่อม ที่มีคนทำงานไม่เกิน 20 คน เป็นส่วนผสมของคนรุ่นใหม่และช่างฝีมือในชุมชน รวมทั้งอยากเปิดโอกาสให้คนพิการได้เข้ามาร่วมงานด้วย เป็นอุดมคติของการทำงานที่มีจิตสำนึก เคารพธรรมชาติ เคารพท้องถิ่น และเคารพคน ในแบบที่เคยเป็นมาแต่ดั้งเดิม
 เจาะประเด็นเด่น
- เครือข่ายหรือที่เรามักเรียกกันว่า “คอนเน็กชั่น” คือสิ่งสำคัญมากในโลกธุรกิจวันนี้ โดยนอกจากจะช่วยเรื่องยอดขายได้แล้ว ยังเป็นช่องทางให้เราได้รู้เสียงตอบรับ และได้คำแนะนำกลับมาง่ายๆ ด้วย
- เสียงตอบรับจากกลุ่มเยาวชนที่แม้ยังไม่ได้ซื้อสินค้า ณ วันนี้ แต่ได้พูดคุยทำความรู้จักและสร้างเครือข่ายกัน ก็ถือเป็นการทำตลาดระยะยาวอย่างหนึ่ง ทำให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ที่ดี เป็นแรงบันดาลใจแก่เยาวชน ในเรื่องการช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมและสังคมได้

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.releafstudio.com/
เครดิตรูป: Re-Leaf Studio

ที่มา http://www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=3808


xx จักรยาน แบบ urban urban | 27 พ.ค. 09
ratti manee
16:01:05 โดย ratti manee
Views: 79 | Comments: 7

เอาจักรยานแบบ urban urban มาฝาก เผื่อใครอยากจะมีไว้ปั่นเท่ๆค่ะ  ทำเป็นเข้ม


Pages: [1] 2 3


* Calendar
กรกฎาคม 2009
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 [3] 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31

No calendar events were found.

* Search


* Recent Posts
Re: Shena is gut!!!! โดย WednesdayMorning
[วันนี้ เวลา 12:54:41 AM]


Re: Shena is gut!!!! โดย thinkd
[กรกฎาคม 02, 2009, 10:57:11 PM]


Re: Shena is gut!!!! โดย thinkd
[กรกฎาคม 02, 2009, 04:21:36 PM]


Re: Opus Design Award 2009 Registration deadline - June 30, 2009 โดย Who you know
[กรกฎาคม 02, 2009, 03:25:02 PM]


Re: Opus Design Award 2009 Registration deadline - June 30, 2009 โดย STREET BLUES
[กรกฎาคม 02, 2009, 03:21:03 PM]


Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.2 © 2008-2009 | Thai language by ThaiSMF
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!